"กรุงเทพฯ เมืองใส่ใจสิ่งแวดล้อม"

ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องสำคัญที่เรามองข้ามไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่าง “กรุงเทพมหานคร” ที่มีระบบการจัดการไม่ดีทั้งในเรื่องการกำจัดน้ำเสีย การกำจัดขยะ หรือปัญหาล่าสุดอย่างฝุ่น PM 2.5

ซึ่งเรามีนโยบายที่มุ่งเน้นการจัดการปัญหาเหล่านี้ให้สิ้นซาก รวมถึงพัฒนาพื้นที่ในเมืองกรุงของเราให้น่าอยู่, สวยงามและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

กรุงเทพฯ…ต้องไปต่อ
เสริม"ต่อ"...สิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อเมืองที่น่าอยู่

"กรุงเทพฯ เมืองใส่ใจสิ่งแวดล้อม"

ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องสำคัญที่เรามองข้ามไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่าง “กรุงเทพมหานคร” ที่มีระบบการจัดการไม่ดีทั้งในเรื่องการกำจัดน้ำเสีย การกำจัดขยะ หรือปัญหาล่าสุดอย่างฝุ่น PM 2.5

กรุงเทพฯ…ต้องไปต่อ
เสริม"ต่อ"...สิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อเมืองที่น่าอยู่

ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ต้องแก้ไขของกรุงเทพฯ

ปัญหาหลักในด้านสิ่งแวดล้อมที่ชาวเมืองกรุงเทพฯ ต้องเจอในช่วงหลายปีมานี้ก็มีหลากหลายด้วยกัน โดยทางทีมงานของเราก็จะมุ่งเน้นแก้ปัญหาเหล่านี้

  • ปัญหาฝุ่น PM 2.5
  • พื้นที่สีเขียวต่ำกว่ามาตรฐาน
  • คลองรอบเมืองไม่เกิดประโยชน์ น้ำเน่าเสีย
  • ปัญหาขยะตกค้าง

แนวทางการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาทางพล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมืองและทีมงานได้เข้าแก้ไขจุดเสี่ยงน้ำท่วมแล้วมากถึง 24 จุดทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร ด้วยการดำเนินโครงการขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ภายใต้แนวคิด “พัฒนาของใหม่ ใส่ใจของเดิม เพิ่มเติมให้สมบูรณ์” 

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานครให้สมบูรณ์และลดจุดเสี่ยงน้ำท่วม ด้วยโครงการที่มีความสำคัญต่าง ๆ เช่น

สำเร็จแล้ว

  • เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองกรุงเป็น 7,000 ไร่
  • ขยายพื้นที่สีเขียวจาก 5.97 ตร.ม./คน เป็น 7.3 ตร.ม./คน

จะพัฒนาต่อ

  • ผลักดันให้มีพื้นที่สีเขียนให้เป็น 9 ตร.ม./คน ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก
  • สร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่, สวนชุมชน และสวนในเมืองรูปแบบต่าง ๆ
  • เพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน

สำเร็จแล้ว

  • เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองกรุงเป็น 7,000 ไร่
  • ขยายพื้นที่สีเขียวจาก 5.97 ตร.ม./คน เป็น 7.3 ตร.ม./คน

จะพัฒนาต่อ

  • ผลักดันให้มีพื้นที่สีเขียนให้เป็น 9 ตร.ม./คน ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก
  • สร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่, สวนชุมชน และสวนในเมืองรูปแบบต่าง ๆ
  • เพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน

สำเร็จแล้ว

  • จัดตั้งสถานีตรวจวัด PM 2.5 ที่มีมาตรฐานระดับโลก 70 จุด
  • สร้างสถานีตรวจวัดเบื้องต้นร่วมกับภาคีเครือข่ายอีกกว่า 400 จุด
  • เชื่อมต่อแอปฯ Air Bkk ให้แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นผ่าน 24 จอทั่วกรุงเทพฯ แบบ Real Time

จะพัฒนาต่อ

  • ผลักดันให้มีสถานีตรวจวัด PM 2.5 ที่มีมาตรฐานระดับโลกให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ กทม.
  • พัฒนาสถานีตรวจวัด PM 2.5 ให้เป็นสถานีในรูปแบบ AI
  • ส่งเสริมศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ, พยากรณ์สถานการณ์ล่วงหน้า รวมถึงวิเคราะห์สาเหตุแหล่งกำเนิด
  • ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปรับเปลี่ยนมาตรการรับมือปัญหา PM 2.5 ก่อนวิกฤต

สำเร็จแล้ว

  • จัดตั้งสถานีตรวจวัด PM 2.5 ที่มีมาตรฐานระดับโลก 70 จุด
  • สร้างสถานีตรวจวัดเบื้องต้นร่วมกับภาคีเครือข่ายอีกกว่า 400 จุด
  • เชื่อมต่อแอปฯ Air Bkk ให้แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นผ่าน 24 จอทั่วกรุงเทพฯ แบบ Real Time

จะพัฒนาต่อ

  • ผลักดันให้มีสถานีตรวจวัด PM 2.5 ที่มีมาตรฐานระดับโลกให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ กทม.
  • พัฒนาสถานีตรวจวัด PM 2.5 ให้เป็นสถานีในรูปแบบ AI
  • ส่งเสริมศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ, พยากรณ์สถานการณ์ล่วงหน้า รวมถึงวิเคราะห์สาเหตุแหล่งกำเนิด
  • ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปรับเปลี่ยนมาตรการรับมือปัญหา PM 2.5 ก่อนวิกฤต

สำเร็จแล้ว

  • ปรับปรุงคุณภาพน้ำใน 67 คลองทั่วเมือง
  • สร้างโรงบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ 2 แห่ง
  • สร้างโรงบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ด้วยวิธี PPP 1 แห่ง
  • ออกแบบระบบรวบรวมน้ำเสีย 3 แห่ง ที่สามารถบำบัดน้ำเสียได้เพิ่มขึ้นเป็น 260,000 ลบ.ม./วัน
  • เพิ่มพื้นที่กิจกรรม, ทางเดินและสวนสาธารณะรอบคลอง เช่น คลองโอ่งอ่าง, คลองช่องนนทรี, คลองผดุงกรุงเกษม

จะพัฒนาต่อ

  • ปรับปรุงคุณภาพน้ำในคลอง ด้วยการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ โดยวิธีให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม (PPP)
  • พัฒนาระบบการระบายน้ำ เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยใช้หลักการน้ำดีไล่น้ำเสีย
  • พัฒนาคลองทั่วพื้นที่ กทม. 50 เขต

สำเร็จแล้ว

  • ปรับปรุงคุณภาพน้ำใน 67 คลองทั่วเมือง
  • สร้างโรงบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ 2 แห่ง
  • สร้างโรงบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ด้วยวิธี PPP 1 แห่ง
  • ออกแบบระบบรวบรวมน้ำเสีย 3 แห่ง ที่สามารถบำบัดน้ำเสียได้เพิ่มขึ้นเป็น 260,000 ลบ.ม./วัน
  • เพิ่มพื้นที่กิจกรรม, ทางเดินและสวนสาธารณะรอบคลอง เช่น คลองโอ่งอ่าง, คลองช่องนนทรี, คลองผดุงกรุงเกษม

จะพัฒนาต่อ

  • ปรับปรุงคุณภาพน้ำในคลอง ด้วยการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ โดยวิธีให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม (PPP)
  • พัฒนาระบบการระบายน้ำ เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยใช้หลักการน้ำดีไล่น้ำเสีย
  • พัฒนาคลองทั่วพื้นที่ กทม. 50 เขต

สำเร็จแล้ว

  • บริหารจัดการขยะทั่วเมืองอย่างเป็นระบบ
  • ส่งเสริมการคัดแยกขยะที่ต้นทาง
  • สร้างระบบจัดเก็บขยะอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ส่งเสริมการกำจัดขยะโดยเปลี่ยนเป็นพลังงานและปุ๋ยอินทรีย์

จะพัฒนาต่อ

  • ส่งเสริมให้มีการคัดแยกขยะจากแหล่งกำเนิดขยะ เช่น การสนับสนุนการจำหน่ายขยะรีไซเคิล
  • ส่งเสริมให้มีรถขยะแยกประเภทมากขึ้น
  • สนับสนุนให้มีการใช้เทคโนโลยีมาใช้ในการจัดเก็บขยะ
  • พัฒนาระบบการรับแจ้งจัดเก็บขยะตกค้าง

สำเร็จแล้ว

  • บริหารจัดการขยะทั่วเมืองอย่างเป็นระบบ
  • ส่งเสริมการคัดแยกขยะที่ต้นทาง
  • สร้างระบบจัดเก็บขยะอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ส่งเสริมการกำจัดขยะโดยเปลี่ยนเป็นพลังงานและปุ๋ยอินทรีย์

จะพัฒนาต่อ

  • ส่งเสริมให้มีการคัดแยกขยะจากแหล่งกำเนิดขยะ เช่น การสนับสนุนการจำหน่ายขยะรีไซเคิล
  • ส่งเสริมให้มีรถขยะแยกประเภทมากขึ้น
  • สนับสนุนให้มีการใช้เทคโนโลยีมาใช้ในการจัดเก็บขยะ
  • พัฒนาระบบการรับแจ้งจัดเก็บขยะตกค้าง

ผลการดำเนินงานที่สำเร็จแล้ว

จากการดำเนินงานทั้งหมดที่ได้กล่าวไปนั้น ส่งผลให้สามารถแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ลดลงจากเดิม 26 จุด เหลือเพียง 9 จุด  นั่นหมายความว่าสามารถแก้ปัญหาจุดเสี่ยงไปแล้วกว่า 60 % 

เนื่องจากในกรุงเทพมหานครนั้นมีคลองมากมาย แต่ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งยังส่งผลเสียในเรื่องของน้ำเสีย กลิ่นไม่พึงประสงค์มากมาย เราจึงได้พัฒนาคุณภาพน้ำในคลองให้ดีขึ้น และเกิดประโยชน์เป็นได้มากกว่าคลองระบายน้ำ เช่น

  • คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ : ระบายน้ำ สัญจร เส้นทางประวัติศาสตร์
  • คลองโอ่งอ่าง : ระบายน้ำ คุณภาพน้ำ การท่องเที่ยว
  • คลองยายสุ่น : แก้ปัญหาน้ำท่วม และน้ำเสีย
  • คลองลาดพร้าว: แก้ปัญหาน้ำท่วม
  • คลองเปรมประชากร : แก้ปัญหาน้ำท่วม
  • คลองช่องนนทรี : แก้ปัญหาน้ำท่วม และน้ำเสีย เพิ่มพื้นที่ทำกิจกรรม

ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559 เป็นต้นมาทางคณะทำงานของพล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมืองได้เพิ่มพื้นที่สีเขียวในตัวกรุงเทพฯ เป็นจำนวนกว่า 7,000 ไร่ ซึ่งทำให้อัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อคนเพิ่มจาก 5.97 เป็น 7.3 ตร.ม./คน รวมถึงยังมีการเพิ่มสวนและป่าในเมือง โดยแบ่งเป็น

  • สวนขนาดเล็กและใหญ่ 7 แห่ง
  • สวนชุมชน (Pocket Park) 6 แห่ง
  • สวนในเมือง (ตามแนวรถไฟและทางเดินเท้า)
  • ป่าชายเลนแถบพื้นที่บางขุนเทียน
  • การปรับภูมิทัศน์ พื้นที่ริมคลอง เพื่อให้เป็นสวนเลียบคลอง
และในอนาคตเรามีเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งรูปแบบสวนสาธารณะ ปรับปรุงพื้นที่ว่าง พื้นที่รอบคลอง และป่าชายเลนในเมืองให้กับกรุงเทพมหานครอีกกว่า 10,000 ไร่ ซึ่งหากคิดอัตราส่วนพื้นที่ต่อคนคือ 10 ตารางเมตรต่อคน ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) และนั่นหมายความว่า กรุงเทพมหานครจะเป็น “เมืองสีเขียวอย่างแท้จริง เราทำได้”
พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง
ผู้ว่าฯ กทม.

ในขั้นแรกเรามุ่งเน้นให้คนตระหนักรู้ถึงแนวทางการแก้ปัญหาด้วย แนวคิด “คนกรุง รู้ทันฝุ่น เพื่อเฝ้าระวังทุกพื้นที่” และได้ส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่ประชาชน รวมถึงสร้างสถานีตรวจวัดฝุ่นที่มีมาตรฐานระดับโลกกว่า 70 แห่งทั่วกรุงเทพฯ พร้อมมีการแจ้งเตือนค่าฝุ่นแบบ Real Time และร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อกระจายความช่วยเหลืออีก 400 จุด

และที่สำคัญยังมีการออกมาตรการควบคุมต่าง ๆ เช่นการใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่ใช้ไฟฟ้าที่ไม่ก่อเกิดฝุ่นควัน หรือเพิ่มมาตรการคุมเข้มแหล่งกำเนิดของฝุ่น เป็นต้น โดยส่งผลให้ค่าฝุ่นที่เกินมาตรฐานลดลงจากปีพ.ศ. 2561 ถึง พ.ศ. 2563 กว่า 60.63%

โดยมุ่งเน้นที่การแก้ปัญหาจาก 3 ระยะ ก็คือ “ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง” ดังนี้

  • ต้นทาง: ส่งเสริมให้ประชาชนแยกขยะตั้งแต่ในครัวเรือน รวมถึงรีไซเคิลขยะกลับมาใช้ใหม่
  • กลางทาง: จัดหารถเก็บขยะให้ครอบคลุมพื้นที่ 50 เขต วางโครงสร้างการเก็บขยะให้ครอบคลุม ทั้งทางบกและทางน้ำ
  • ปลายทาง: นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการกำจัดขยะทั้งแบบผสมผสานการรีไซเคิล แยกเตาเผาขยะมูลฝอยติดเชื้อ

และเมื่อดำเนินการจัดการขยะเสร็จสิ้น ขยะปริมาณกว่า 30% ของที่เก็บได้ ถูกแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าและปุ๋ยชีวภาพเพื่อการเกษตร

  • ได้มีการสร้างโรงบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ 2 แห่ง ซึ่งช่วยบำบัดน้ำได้มากกว่า 170,000 ลบ.ม./วัน
  • สร้างระบบรวมน้ำเสียเข้าโรงบำบัด 3 แห่ง ที่จะช่วยรวมน้ำเสียได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 70,000 ลบ.ม.
  • พัฒนาโรงบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ด้วยวิธีการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) เพื่อประหยัดงบประมาณและเพิ่มประสิทธิภาพ