"เมือง แห่งสุขภาพ"

"กรุงเทพฯ ต้องไปต่อ"

มีสถานพยาบาลทั่วถึง ประชาชนเข้ารับการรักษาเร็วขึ้น เชี่ยวชาญในการรักษา บริหารจัดการโรคระบาดในสภาวะวิกฤตอย่างทันเวลา

"เมือง แห่งสุขภาพ"

"กรุงเทพฯ ต้องไปต่อ"

มีสถานพยาบาลทั่วถึง ประชาชนเข้ารับการรักษาเร็วขึ้น เชี่ยวชาญในการรักษา บริหารจัดการโรคระบาดในสภาวะวิกฤตอย่างทันเวลา

❒ สภาพปัญหา

ระบบสาธารณสุขยังไม่ทั่วถึงและไม่เพียงพอ 

เกิดปัญหาการให้บริการที่ล่าช้า

ขาดความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของการบริการในแต่ละด้าน

❒ การแก้ปัญหา

เน้นให้เกิดความครอบคลุมทั่วถึง

เชี่ยวชาญในการรักษา

เข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็ว

บริหารจัดการโรคระบาดอย่างมืออาชีพ

❒ สภาพปัญหา

ระบบสาธารณสุขยังไม่ทั่วถึงและไม่เพียงพอ 

เกิดปัญหาการให้บริการที่ล่าช้า

ขาดความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของการบริการในแต่ละด้าน

❒ การแก้ปัญหา

เน้นให้เกิดความครอบคลุมทั่วถึง

เชี่ยวชาญในการรักษา

เข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็ว

บริหารจัดการโรคระบาดอย่างมืออาชีพ

ให้บริการทั่วถึง
เปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่ 3 มุมเมือง
ให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านการแพทย์ได้อย่างทั่วถึง และได้มาตรฐาน เช่น
• รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน
• รพ.บางนากรุงเทพมหานคร
• รพ.คลองสามวา
ขยายศักยภาพของโรงพยาบาล 10 แห่ง เช่น
• จัดตั้งคลินิกศัลยกรรมโรคอ้วน ในโรงพยาบาลกลางฯ
• สร้างอาคารผู้ป่วยเพิ่มที่โรงพยาบาลตากสิน
จัดตั้งเครือข่ายบริการปฐมภูมิ 178 แห่ง
“ดูแลคนไข้ก่อนเข้าโรงพยาบาล กระจายการทำงานให้ทั่วถึง”
เชี่ยวชาญในการรักษา
จัดตั้งศูนย์รักษาเฉพาะทาง 8 แห่ง เช่น
• ศูนย์โรคหัวใจ
• ศูนย์ไตเทียม
• ศูนย์จักษุ
• คลินิกมลพิษทางอากาศ
ผลักดันการผลิตแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เช่น
• ม.นวมินทราธิราช
• ม.แม่ฟ้าหลวง
• ม.กรุงเทพธนบุรี
ขยายศักยภาพโรงพยาบาล 6 แห่ง และยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข 11 แห่ง
เข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็ว
จัดตั้ง สายด่วน BFC
นัดหมายล่วงหน้าพบแพทย์ใน 60 นาที ในโรงพยาบาลของ กทม. ทั้ง 11 แห่ง
นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการรักษา

ประกอบด้วย
• แอปพลิเคชั่น “หมอ กทม.”
• ตู้บริการตนเอง “KIOSK”
• พัฒนาการรักษาพยาบาลผ่านแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
• Smart IPD ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานของผู้ป่วยในเป็นระบบดิจิทัล
• Health Record คือการจัดทำระบบเชื่อมโยงสุขภาพรายบุคคล
บริการเจาะเลือดผู้ป่วยถึงบ้าน (Mobile Lab)
ในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงโรคอ้วน
ศูนย์เอราวัณ รับ-ส่ง ผู้ป่วยฉุกเฉิน
บริหารจัดการโรคระบาดอย่างมืออาชีพ
การแพร่ระบาดของ COVID-19
จัดทำระบบ BKK COVID-19
ให้ประชาชนประเมินความเสี่ยงและการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก
จัดตั้ง ICU สนาม ด้วยนวัตกรรม Modular ICU 3 แห่ง
• จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 13 แห่ง
• จัดตั้งศูนย์พักคอย 62 แห่ง
• จัดทีมปฏิบัติการเชิงรุก (Bangkok CCRT)
จัดเทศกิจอาสา
ช่วยเหลือรับ-ส่งผู้ป่วย
พัฒนาระบบ BKK covid 19 Connect
เพิ่มช่องทางแจ้งข้อมูลเพื่อเข้ารับการรักษา
พัฒนาระบบ BKK HI Care
บริการผู้ป่วยที่พักรักษาตัวที่บ้าน
จัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีน ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย

Previous
Next
"เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้สมบูรณ์ "

เพื่อให้ประชาชนได้บริการอย่างทั่วถึง

● ส่งเสริมให้มีการพัฒนาศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่งที่มีอยู่ ให้เป็นโรงพยาบาลประจำเขต สำหรับการวินิจฉัยและรักษาโรคภายใต้โรงพยาบาลแกนกลางของแต่ละพื้นที่ 9 โรงพยาบาล
● ผลักดันให้มีโรงพยาบาล สังกัด ของ กทม. ในพื้นที่ที่กรุงเทพเหนือ เพื่อกรุงเทพมหานครครอบคลุมทุกมุมเมือง
● ส่งเสริม ให้มีการพัฒนาศักยภาพและขยายขีดความสามารถ ในโรงพยาบาลสังกัด กทม. เพื่อรับรองความต้องการในการใช้บริการ ( ซึ่งจากการศึกษาของ กทม.มีความเป็นไปได้ที่ รพ.กลาง ,รพ.หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธโร อุทิศ และ รพ.บางนา ฯ)
● ผลักดันให้มีการจัดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ในชุมชนอย่างน้อย 1 ศูนย์ 1 เขต

เพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาที่มีความเฉพาะทางมากยิ่งขึ้น

● ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์บริการผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ในโรงพยาบาลปฐมภูมิที่ มีอยู่ทั้ง 69 แห่ง
● ส่งเสริมและสนับสนุนการขยายเครือข่ายคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพและคลินิกผู้สูงอายุ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
● ส่งเสริมและสนับสนุน ให้มีการจัดสถานบริการรักษาโรคที่เฉพาะทาง มากยิ่งขึ้น เช่น ✔ ศูนย์หัวใจ ✔ ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ ✔ ศูนย์มะเร็ง ✔ ศูนย์ตรวจและวินิจฉัยโรคด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ ✔ ศูนย์หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงการรักษาที่เร็วขึ้น

● ส่งเสริมและสนับสนุน การดูแลผู้ป่วยที่บ้าน ด้วยระบบโทรเวชกรรม รวมทั้งการจัดส่งยาและเจาะเลือดผู้ป่วยถึงบ้าน เพื่อลดขั้นตอนและประหยัดเวลาในการเดินทาง
● ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการเชื่อมระบบการรักษาโดยอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร กับโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ด้วยระบบ Teleconsult ( เทเลคอนเซ้าท์)
● สนับสนุนให้มีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน โดยมีอาสาสมัครแคร์กิฟเวร์ ซึ่งผ่านการอบรมอย่างถูกต้องเป็นผู้ให้บริการ
● พัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ( หารือความเป็นไปได้การเพิ่มจำนวนรถฉุกเฉิน )
● ส่งเสริมและสนับสนุน การพัฒนาหรือใช้พื้นที่ต่างๆ ของเมืองเป็นจุดจอดรถพยาบาล เพื่อให้เกิดความครอบคลุม ทั่วทุกเขต อันส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเข้าเผชิญเหตุ

การจัดการสภาวะฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพ

● พัฒนาระบบเทคโนโลยี มาใช้ในการป้องกัน รักษา และเยียวยา เชื่อมโยงทั้งระบบ
● ผลักดันให้มีการจัดทำ แผนเผชิญเหตุและแบบจำลองสถานการณ์ (ที่ผ่านมาประเทศได้ประสบกับโรคต่างๆ การเตรียมพร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญ )