"แก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ"

"กรุงเทพฯ ต้องไปต่อ"

"แก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ"

"กรุงเทพฯ
ต้องไปต่อ"

กรุงเทพฯ….ต้องไปต่อ
ลุย "ต่อ"... แก้ปัญหาน้ำท่วม

เนื่องจากสภาพภูมิประเทศโดยพื้นฐานของ “กรุงเทพมหานคร” มีสภาพเป็นพื้นที่ลุ่มและอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล นั่นหมายความว่าในช่วงหน้าน้ำหลาก กรุงเทพมหานครจะเกิดปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำ ร่วมถึงช่วงที่มีฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนขึ้นสูง ซึ่งการจะบริหารจัดการก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ เพราะเป็นการทำงานที่ท้าทายสภาพของธรรมชาติและปัจจัยของการพัฒนาเมืองในปัจจุบัน

สาเหตุหลักของปัญหาน้ำท่วม

สำหรับปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร นอกจากปัญหาที่แก้ไม่ได้อย่างเรื่องสภาพภูมิประเทศแล้ว สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้น้ำท่วมกรุงเทพมหานครนั้นก็คือ “น้ำ” โดยมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้

  • น้ำฝน (Rain)
  • น้ำเหนือ (Flash Flood)
  • น้ำทะเล (Sea)
สาเหตุของน้ำท่วม

แนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาทางท่านพล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมืองและทีมงานได้เข้าแก้ไขจุดเสี่ยงน้ำท่วมแล้วมากถึง 24 จุดทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร ด้วยการดำเนินโครงการขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ภายใต้แนวคิด “พัฒนาของใหม่ ใส่ใจของเดิม เพิ่มเติมให้สมบูรณ์” 

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานครให้สมบูรณ์และลดจุดเสี่ยงน้ำท่วม ด้วยโครงการที่มีความสำคัญต่าง ๆ เช่น

ผลการดำเนินงานที่สำเร็จแล้ว

จากการดำเนินงานทั้งหมดที่ได้กล่าวไปนั้น ส่งผลให้สามารถแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ลดลงจากเดิม 26 จุด เหลือเพียง 9 จุด  นั่นหมายความว่าสามารถแก้ปัญหาจุดเสี่ยงไปแล้วกว่า 60 % 

การขยายท่อระบายน้ำด้วยระบบไปป์แจ็คกิ้ง (Pipe Jacking) เป็นการขยายท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ โดยใช้เทคนิควางท่อใต้ดิน และใช้แม่แรงไฮดรอลิกขนาดใหญ่ดันท่อทะลุใต้ดิน เพื่อช่วยเร่งแรงดันน้ำ ลดปัญหาน้ำรอระบายที่ผิวการจราจรและพื้นถนน ซึ่งปัจจุบันเราสร้างไปแล้ว 12 แห่ง ในพื้นที่  อาทิ

การสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่หรืออุโมงค์ยักษ์ เป็นการสร้างเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำหรือทะเลโดยตรง ซึ่งจะส่งผลให้ระดับของน้ำในคลองลงลดอย่างรวดเร็ว และเพียงพอต่อการรับน้ำจากภาคส่วนอื่น ๆ ต่อไป ในปัจจุบันได้สร้างมาแล้ว 2 แห่ง ดังนี้

Water Bank หรือบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน ที่จะช่วยกักเก็บน้ำที่ระบายออกไม่ทันเอาไว้ โดยน้ำจะถูกส่งมายังวอเทอร์แบงค์ก่อน และหลังจากที่ระดับน้ำบนถนนแห้งแล้ว จึงจะผันน้ำออกจากวอเทอร์แบงค์ไปสู่แหล่งน้ำและระบายออกไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นลำดับต่อไป ซึ่งปัจจุบันสร้างเพิ่มขึ้นแล้ว 4 แห่ง ได้แก่

การสร้างแก้มลิงธรรมชาติ เป็นอีกวิธีที่จะช่วยรองรับน้ำได้ ปัจจุบันได้การดำเนินการสร้างแก้มลิงทางธรรมชาติไป แล้ว 9 แห่ง อาทิเช่น

ผลงานอื่น ๆ ในด้านการป้องกันน้ำท่วม

โดยเลือกให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่โคลนตมและเกิดความคุ้มค่า พร้อมกับส่งเสริมให้มีศูนย์เฝ้าระวังชายฝั่งเพื่อตรวจสอบ ดูแล และเฝ้าระวังสถานการณ์

ซึ่งตอนนี้ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วเป็นจำนวน 12 แห่ง อาทิเช่น

  • บริเวณท่าน้ำเกียกกาย
  • วัดวิมุติยาราม
  • ศาลเจ้าแม่ทับทิม

ทางทีมงานได้เสริมความแข็งแกร่งของแนวป้องกันน้ำท่วม ทั้งการทำให้สูงขึ้น แข็งแรงขึ้น ด้วยวัสดุที่ดียิ่งขึ้น จากเดิมอีก 23 แห่ง ได้แก่

  • บริเวณคลองสาทรถึงซอยเจริญกรุง 58
  • ปากคลองบางคอแหลม
  • กรมโรงงานอุตสาหกรรมฯ
  • ชุมชนวัดเทพากร เป็นต้น

ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาแนวป้องกันน้ำท่วม ในจุดฟันหลอ ให้สมบูรณ์ครอบคลุมพื้นที่

เพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนเข้ามาท่วมในพื้นที่ ซึ่งจากการศึกษาของกรุงเทพมหานครในปัจจุบันมีจุดฟันหลออยู่ 11 แห่ง ได้แก่

  1. ร้านอาหารขนาบน้ำ และริเวอร์บาร์ (เจรจาได้แล้ว)
  2. ชุมชนวิมุติยาราม
  3. โกงดังบริษัทแสงทองการข้าว
  4. ชุมชนบ้านบุ
  5. องค์การสะพานปลา
  6. ท่าเรือเทเวศร์
  7. ถนนเจริญกรุง
  8. อาคารคลังสินค้ากระทรวงพาณิชย์
  9. ชุมชนโรงสี
  10. ถนนพระราม 3
  11. ถนนทรงวาด